อาการ สาเหตุ รักษา ป้องกัน โรคขาดสารอาหาร มีอะไรบ้าง?

ภาพรวมเนื้อหา

เป็นที่ทราบกันดีว่าปัญหาทุพโภชนาการเป็นปัญหาของประเทศ พบได้บ่อยในประเทศที่กำลังพัฒนา หรือประเทศที่มีรายได้น้อย มีความเสี่ยงสูงที่จะเป็นโรคขาดสารอาหาร และมีโอกาสเกิดขึ้นได้ทุกเพศ ทุกวัย ได้แก่ ทารก เด็กอายุต่ำกว่า 5 ขวบ เด็ก วัยรุ่น สตรีมีครรภ์ ผู้ใหญ่ และประชากรผู้สูงอายุ ในบทความนี้จะพูดถึงเกี่ยวกับประเภท ลักษณะอาการและสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคขาดสารอาหาร มีอะไรบ้าง รวมถึงให้ข้อมูลเกี่ยวกับการรักษาและการป้องกัน

ภาวะทุพโภชนาการคืออะไร?

ภาวะทุพโภชนาการ (Malnutrition) เป็นสภาวะทางร่างกายที่เกิดจากการรับประทานอาหารไม่เพียงพอ ได้รับอาหารในปริมาณที่ไม่เหมาะสมต่อความต้องการของร่างกาย หรือร่างกายได้รับสารอาหารเพียงพอ แต่ร่างกายไม่สามารถนำสารอาหารไปใช้ได้ ผู้ที่มีภาวะโภชนาการไม่ดีส่วนใหญ่จะมีร่างกายที่ผอมหรือ อ้วนเกินไป

ภาวะทุพโภชนาการ 4 ประเภท มีอะไรบ้าง

ภาวะทุพโภชนาการ หมายถึง ภาวะโภชนาการต่ำ (Undernutrition) หรือ ภาวะโภชนาการเกิน (Overnutrition) หรือหมายถึงความไม่สมดุลของสารอาหารหลัก (Macronutrient undernutrition) โปรตีน คาร์โบไฮเดรต ไขมัน หรือสารอาหารรอง (Micronutrient undernutrition) วิตามินและแร่ธาตุ

ภาวะโภชนาการต่ำ

ภาวะโภชนาการต่ำ คือ การขาดสารอาหาร หากไม่ได้รับประทานอาหารที่เพียงพอ หรือหากร่างกายมีปัญหาในการดูดซึมสารอาหารที่เพียงพอจากอาหารที่ได้รับ การขาดสารอาหารอาจทำให้สูญเสียไขมันและกล้ามเนื้อ ร่างกายผอมแบบแคระแกร็น และน้ำหนักไม่เหมาะสมกับอายุ ผอมเกินไป

ภาวะโภชนาการต่ำ โรคขาดสารอาหาร มีอะไรบ้าง
Image by Freepik

ภาวะโภชนาการเกิน

ภาวะโภชนาการเกิน คือ ภาวะที่ร่างกายได้รับสารอาหารมากเกินความต้องการของร่างกาย การบริโภคอาหารที่ให้พลังงานสูง ทำให้มีไขมันสะสมในร่างกาย และออกกำลังกายน้อยลง น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น จนเกิดโรคอ้วน ก่อให้เกิดภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ

สารอาหารหลัก

สารอาหารหลัก คือ โปรตีน คาร์โบไฮเดรต และไขมัน เป็นสารอาหารที่มีความจำเป็นต่อการทำงานของร่างกาย ให้พลังงาน และความร้อน ช่วยให้ร่างกายนำไปใช้ประโยชน์มากที่สุด เพื่อให้ร่างกายมีความเจริญเติบโต รวมไปถึงช่วยสร้างกล้ามเนื้อ ฟื้นฟูกล้ามเนื้อ และซ่อมแซมเนื้อเยื่อส่วนที่สึกหรอได้

โปรตีน คาร์โบไฮเดรต และไขมัน
Image by Freepik

สารอาหารรอง

สารอาหารรอง คือ วิตามินและแร่ธาตุ(เกลือแร่) เป็นสารอาหารที่ไม่ให้พลังงานและร่างกายต้องการในปริมาณที่น้อยแต่ไม่สามารถขาดได้ สารอาหารกลุ่มนี้ถึงไม่ให้พลังงานโดยตรงแต่มีบทบาทที่สำคัญในกระบวนการทำงานต่างๆของร่างกาย เช่น เสริมภูมิต้านทาน เสริมสร้างฟันและกระดูก ช่วยดูดซึมแคลเซียม บำรุงสุขภาพผิว ช่วยบำรุงสมองและระบบประสาท

วิตามินและแร่ธาตุ(เกลือแร่)
Image by Freepik

อาการ โรคขาดสารอาหาร

โรคขาดสารอาหาร เป็นภาวะที่ร่างกายขาดสารอาหารและอาจทำให้เกิดปัญหาสุขภาพตามมา โดยอาจมีอาการขาดสารอาหาร กล้ามเนื้ออ่อนแรง ปวดเมื่อยตามขา อ่อนเพลียและอ่อนล้า น้ำหนักลดลง ผมเปราะบาง ผมร่วง ผิวซีด ผิวหนังแห้ง ผิวหนังมีลักษณะผิดปกติ มีอาการบวมทั้งตัว อาการบวมที่ท้องเนื่องจากมีน้ำอยู่ในช่องท้อง อัตราการเต้นของหัวใจต่ำ ใจสั่น กระดูกหยุดเจริญเติบโต หรือมีภาวะสมองเสื่อม มีปัญหาด้านการหายใจ ปัญหาทางสายตา และ มีปัญหาทางระบบประสาท โรคขาดสารอาหาร มีอะไรบ้าง?

  • โรคอ้วน
  • โรคเบาหวาน
  • โรคหลอดเลือดหัวใจ
  • โรคหลอดเลือดสมอง
  • โรคโลหิตจาง
  • โรคเหน็บชา
  • โรคกระดูกอ่อน
  • โรคปากนกกระจอก
  • โรคลักปิดลักเปิด
  • โรคเกล็ดกระดี่ขึ้นตา
  • โรคคอพอก
  • โรคนิ่วในกระเพาะปัสสาวะ
  • โรคท้องผูก
  • โรคลำไส้อักเสบ
  • โรคไทรอยด์
  • โรคทางจิต

โรคขาดสารอาหารเกิดขึ้นเมื่อร่างกายได้รับสารอาหารที่จำเป็นไม่เพียงพอ โดยเฉพาะอาหารหลักอย่างโปรตีน คาร์โบไฮเดรต ไขมัน วิตามิน หรือแร่ธาตุต่าง ๆ หากผู้ป่วยไม่ได้รับการรักษาอย่างเหมาะสมทันท่วงที อาจมีอาการร้ายแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้

สาเหตุ โรคขาดสารอาหาร

ภาวะโภชนาการต่ำ เกิดจากการกินสารอาหารไม่เพียงพอ นอกจากนี้ยังอาจเกิดจากสภาวะทางการแพทย์บางอย่างที่ทำให้ร่างกายไม่สามารถดูดซึมสารอาหารได้

  • มีฐานะยากจน ลำบากทางการเงิน หรืออยู่ในถิ่นทุรกันดารขาดแคลนอาหาร
  • การเข้าถึงอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการ หรือความรู้ด้านการทำอาหารหรือโภชนาการค่อนข้างจำกัด
  • อยู่คนเดียวหรือปลีกตัวจากสังคมภายนอก
  • ภาวะสุขภาพจิต เช่นภาวะซึมเศร้าหรือภาวะสมองเสื่อมที่ส่งผลต่อการรับประทานอาหาร ทำให้ความอยากอาหารลดลง
  • ภาวะที่ต้องให้อาหารทางหลอดเลือดดำเป็นเวลานาน
  • สภาวะทางการแพทย์ที่ทำให้รับประทานอาหารลำบาก เช่น คลื่นไส้ หรือกลืนลำบาก
  • สภาวะทางการแพทย์ที่ทำให้แคลอรีหมดไปเช่น ท้องเสียเรื้อรัง หรือมะเร็ง
  • ความต้องการแคลอรี่ มากเป็นพิเศษ เช่น ระหว่างตั้งครรภ์ ให้นมบุตร หรือในวัยเด็ก
  • ความผิดปกติของการกิน เช่น อะนอเร็กเซีย และบูลิเมีย หรือ โรคคลั่งผอม
  • ความผิดปกติของการดูดซึม เช่น ตับอ่อนไม่เพียงพอหรือโรคลำไส้อักเสบ

ภาวะโภชนาการเกิน เกิดจากการบริโภคสารอาหารมากเกินความต้องการ

  • ตัวเลือกอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการน้อย
  • พฤติกรรมเนือยนิ่ง กิจกรรมที่แทบไม่มีการเคลื่อนไหวร่างกาย เช่น นั่งดูโทรทัศน์ เล่นเกม ขับรถ ใช้คอมพิวเตอร์ ใช้โทรศัพท์มือถือหรือแท็บเล็ต
  • ภาวะที่ทำให้ร่างกายทุกส่วนทำงานเชื่องช้า เผาผลาญช้าลง เช่น ภาวะขาดไทรอยด์ฮอร์โมน
  • ความไม่สมดุลของฮอร์โมนที่รบกวนสัญญาณความหิวและความอิ่ม
  • ความเครียดเรื้อรัง
  • ความวิตกกังวลหรือภาวะซึมเศร้า
  • การดื่มแอลกอฮอล์หรือใช้สารเสพติด
  • การใช้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร (อาหารเสริมขาดสารอาหาร) หรืออื่นๆ มากเกินไป

การรักษา โรคขาดสารอาหาร

การรักษาโรคนี้ขึ้นอยู่กับสาเหตุและอาการที่เกิดขึ้นในแต่ละคน สารอาหารที่ร่างกายขาด และความรุนแรงของโรค ซึ่งสามารถใช้เพื่อรักษาได้ด้วยวิธีต่อไปนี้

ภาวะโภชนาการต่ำ ได้รับการรักษาด้วยอาหารเสริมร่วมกับวิตามินอื่น ๆ เพิ่มเติม เพื่อช่วยให้ร่างกายดูดซึมอาหารเสริมที่รับประทานเข้าไป และรับประทานอาหารว่างระหว่างมื้ออาหาร หรือดื่มเครื่องดื่มที่ให้แคลอรี่จำนวนมากแก่ร่างกาย เพื่อฟื้นฟูทุกสิ่งที่ร่างกายขาดหายไป

ภาวะโภชนาการเกิน จะรักษาด้วยการลดน้ำหนัก การควบคุมอาหารและการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการรับประทานอาหาร การลดน้ำหนักส่วนเกินสามารถช่วยลดความเสี่ยง แค่ไหนเรียกว่าอ้วน? และคำนวณ BMI อย่างไร? ป้องกันไม่ให้เกิดภาวะแทรกซ้อน เช่นโรคเบาหวานและโรคหัวใจ การรักษาลดน้ำหนักอาจรวมถึงโปรแกรมควบคุมอาหารและออกกำลังกาย

บางครั้งการเปลี่ยนแปลงนั้นก็มากเกินกว่าที่จะรับมือได้ ทางที่ดีควรเริ่มต้นการให้สารอาหารที่เหมาะสมภายใต้การสังเกตทางการแพทย์อย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันและจัดการกับภาวะแทรกซ้อน Refeeding syndrome ซึ่งอาจร้ายแรงและถึงขั้นเสียชีวิตได้

การป้องกัน โรคขาดสารอาหาร

ภาวะทุพโภชนาการเป็นปัญหาระดับโลก ทั้งในประเทศที่พัฒนาแล้วและประเทศกำลังพัฒนา ความยากจนและการขาดความเข้าใจเรื่องโภชนาการเป็นสาเหตุหลัก เราสามารถช่วยควบคุมโรคขาดสารอาหารได้ด้วยการศึกษาทั่วโลกที่ดีขึ้นและการสนับสนุนผู้ด้อยโอกาส รวมถึงการเข้าถึงน้ำสะอาด อาหารทั้งมวลที่มีคุณค่าทางโภชนาการ และยารักษาโรค เด็กและผู้สูงอายุที่อาจไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้มีความเสี่ยงเป็นพิเศษ และอาจต้องการการดูแลเอาใจใส่อย่างใกล้ชิดในเรื่องการรับประทานอาหารและสภาวะสุขภาพ

วิธีที่ดีที่สุดในการป้องกันภาวะทุพโภชนาการคือการรับประทานอาหารที่สมดุลและมีอาหารทั้งมวลที่มีคุณค่าทางโภชนาการที่หลากหลาย หากมีสารอาหารครบถ้วนเพียงพอที่ร่างกายต้องการ จะมีโอกาสน้อยที่จะกินมากเกินไปเพื่อสนองความต้องการเหล่านั้น การขาดสารอาหารรองบางอย่างเป็นเรื่องปกติแม้ว่าจะรับประทานอาหารที่ได้มาตรฐานก็ตาม การตรวจเลือดเป็นวิธีหนึ่งในการดูว่าจะได้ประโยชน์จากจุลธาตุ (ธาตุอาหารเสริม)หรือไม่ ผู้ให้บริการด้านการดูแลสุขภาพ สามารถช่วยกำหนดขนาดยาที่ถูกต้องได้


ภาวะทุพโภชนาการอาจส่งผลต่อทั้งสภาพร่างกาย สภาพจิตใจ และการใช้ชีวิตประจำวันของผู้ป่วย ดังนั้น ผู้ป่วยหรือผู้ดูแลควรใส่ใจสังเกตอาการผิดปกติและเข้ารับการรักษาอย่างเหมาะสม

ข้อมูลอ้างอิง
Experts

Experts

ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพและความงาม ความรู้ด้านการดูแลสุขภาพตัวเอง การดูแลผิวพรรณให้ดูอ่อนกว่าวัย สุขภาพดีจากภายในสู่ภายนอกในทุกๆช่วงอายุ

Search